Browsed by
Month: May 2017

ไก่ VS เชลซี

ไก่ VS เชลซี

รอบ ซาเวจ สมัยก่อนนักฟุตบอลตามที่เป็นผู้พินิจพิจารณาเกมของสำนักสถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซีพูดว่า ''ยกแชมป์ให้เชลซีได้เลย'' ส่วน เมาริซิโอ โปเช็ตตำหนิโน กล่าวก่อนรับมือสิงโตสีน้ำเงินคราม ที่ชนะรวด 13 นัดหมายว่า ทั่วโลกต้องการให้ไก่ชนะเชลซี
ประโยคหลังคือเรื่องจริงกว่าประโยคแรกของซาเวจ
พึ่งจะ 19 นัดหมายยังคงยกแชมป์ให้คนไหนมิได้Fun88ครึ่งทางเอง อย่ารีบเร่ง มีอะไรให้พบอีกเยอะ แต่ที่แน่นอนเชลซีคือทีมที่ดีสุด สมดุลสุด พร้อมสำหรับการครอบครองแชมป์เยอะที่สุดเมื่อเทียบกับกรุ๊ปนำทั้งผอง
ลิเวอร์พูลพลาดเสมอซันเดอร์แลนด์ ท่ามกลางปัญหาให้ขบคิดทั้งเรื่อง "ฟิตเนส" และก็ สไตล์ การเล่น ที่คงจะเพรสวิง วิ่ง พลัง ทั้งซีซั่นมิได้ อันนี้คงจะเป็นเรื่องจริงสำหรับฟุตบอล นัดหมายปัจจุบันก็เห็นแล้วว่า สภาพล้าๆของเด็กหงส์ มันส่งผลในเกม
การขาดตัวหลักไปเดือนหนึ่งและก็กรุ๊ปที่เจ็บจำเจอย่าง สเตอร์ริดจ์ จะยังไง
แมนฯ ซิตี้ ดีขึ้นขึ้นมา…ส่วนอาร์เซน่อลรอดูผลว่าจะฉวยโอกาสเจริญแค่ไหน แต่พวกเขาก็มิได้เนี้ยบและก็เปรี้ยงปร้างมากแค่ไหน ลักษณะคล้ายๆหงส์แดง ดีแต่ยังไม่สุด เช่นเดียวกันกับสเปอร์ส มักจะแพ้เกมใหญ่
เกมสำคัญ เกมที่จะเจอกับเชลซี เป็นอีกหนึ่งเกมที่วัดหัวจิตหัวใจนักฟุตบอลไก่มากยิ่งกว่า "สไตล์" และก็ "แท็กติก" โปเช็ตตำหนิโน่ ถึงกับพูดว่า "แท็กติกไม่สำคัญ" มันขึ้นอยู่กับว่าคุณเล่นกับบอลยังไง คุณมีจิตใจที่แกร่งกล้ามากแค่ไหนในการเจอกับคู่ปรับแต่ละทีม
แท็กติกที่เลิศหรูแม้ใช้กับบอลไม่เป็น มันไม่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดบทสรุปตรงผลแข่ง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะรวด 6 นัดหมายในลีกด้วยฟอร์มการเล่นที่มั่นคงจะ นิ่ง และไม่วิตกกังวล ที่สำคัญอย่างที่ผมได้พินิจพิจารณาไว้ใน beIN SPORTS ทรู676 ว่าลักษณะเด่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด เดี๋ยวนี้และก็ใกล้เคียงกับเชลซี อาจด้อยกว่านิดเดียวคือ การยิงประตู
ทีเด็ดเลยขอรับ ไม่ต้องมากจังหวะ สร้างโอกาสอะไรมาก ขอเพียงแค่มีโอกาส จบให้ได้ ยิงให้เข้า ใช้ลูกแมงป่องยิงยังเข้า…นี่คือทีเด็ด ส่วนรูปเกมแน่นอนมันจะต้องเนี้ยบ พลาดยาก เสียยาก และก็เป็นเกมที่มองออกมาคอนโทรลคู่ปรับ
วันนี้พวกเขาบางทีอาจจะตามหลังเชลซี 10 แต้ม และก็ถ้าเกิดเชลซีพลาดแพ้สเปอร์ส ในกึ่งกลางอาทิตย์ ผมว่า 10 แต้มไม่ห่างเกินความจำเป็นที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะไล่มากยิ่งกว่าเดิมลับมาประจำในตำแหน่งเต็งสอง ผู้ท้าชิงแทนบรรดาทีมด้านบนได้เหมือนแต่ก่อนเปิดซีซั่นที่ทุกคนคาดหวังว่า…"ภูติผีแดง" คือทีมที่ร่วมลุ้นแชมป์กับแมนฯ ซิตี้ โดยมีเชลซีเต็งสาม
เอาละขอรับ…โลกทั้งใบหยุดหายใจที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน ส่งดวงใจช่วยสเปอร์สอย่างที่ พอช ที่ปรึกษาไก่ได้กล่าวไว้ มีอะไรน่าดึงดูดก่อนเกมนัดหมายนี้
เจ้าของบ้าน…อาจมีการเปลี่ยนแปลงแท็กติกการเล่นหลังตรวจสอบและลองใช้นัดพบวัตฟอร์ดไปแล้ว โน่นคือลองใช้หลังสามคนขอรับ ด้วยปัญหาที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ ติดแบน และไม่มี แยน แฟร์ต็องเก้น ทำให้ พอช ปรับมาเล่นหลังสามมีวิงแบ็กสองข้างเสมือนเชลซี
ผลชนะวัตฟอร์ด 4-1 สมทบความมีชัยสามนัดหมายที่ผ่านมาตั้งแต่แมื่อแพ้ แมนฯ ยูฯ 0-1 เมื่อต้นเดือน ธ.ค.ก่อนหน้านี้ ทำให้ไก่เก็บ 12 แต้มเต็ม
โน่นไม่น่าสนใจพอๆกับแท็กติกที่ โปเช็ตตำหนิโน่ จะเลือกใช้ก่อนเจอกับเชลซี คือหลังสาม จะตกลงใจยังไงดี เนื่องจากว่า วอล์คเกอร์ กับ แฟร์ต็องเก้น กลับมา ในเวลาที่หลังสามอย่าง เอริก ถางเออร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรล และก็ เควิน วิมเมอร์ ทำเป็นดี วิงแบ็กสองข้าง ทริปเปียร์ กับ ดินแดนนี่ โรส วิ่งริมเส้น กึ่งกลาง วานยาม่า, เอริคเซ่น และก็ เดเล่ อัลลี่ ด้านหน้า ซน ฮึง มิน กับ แฮร์รี่ เคนโชว์ฟอร์มกันดี…แต่โน่นคือวัตฟอร์ด ทีมเพื่อนบ้านภาคเหนือของลอนดอน เสมือนรังสิต นั่นแหละขอรับ

แต่นี่คือเชลซี…ที่ปึ้ก สมดุลรุกและก็รับเนี้ยบมาก ชนะรวด 13 นัดหมาย จุดนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ พูดว่าสถิติไม่สำคัญพอๆกับแชมป์ ด้วยเหตุดังกล่าวมั่นใจว่าเกมนี้พวกเขาจะเน้นแท็กติกสุดๆเน้นมีแต้ม เน้นไม่แพ้ แล้วจังหวะเหมาะๆปิดเกมชนะเลย
สองประเด็นหลักในเกมนี้ผมว่าดูไปที่สเปอร์สเป็นหลักขอรับ เนื่องจากว่า คอนเต้ จะไม่เปลี่ยนแปลงทีม แม้จะเล่นเป็นนัดหมายลำดับที่สามต่อเนื่องกัน แต่เป็นเพราะเหตุว่าทีมของเขาเล่นแบบแท็กติก บริหารพลังเจริญ ดึงช้า ดึงเร็ว ยืดหยุ่น
สถิติวิ่งมากสุด, พลังมากสุด อะไรเนี่ย ไม่ติดอันดับท็อป พวกเขาเน้นแท็กติก ความเป็นเกมและก็เน้นผลแข่ง มันมองปึ้กในเกมรับ มันมองเด็ดขาดในเกมรุก โน่นคือหลังไม่เสีย หน้าคมยิงได้ เชลซี ชนะต่อเนื่องใครๆก็ยิงพวกเขายากแม้ปัจจุบันเสียให้ สโต๊ค อีกสองลูก แต่มันก็ควรจะมีหลุดบ้าง และก็จำนวนเกมรับยังน้อยกว่าทุกครั้งม
ด้วยเหตุดังกล่าว…โจทย์อยู่ที่สเปอร์ส ข้อแรก…โปเช็ตตำหนิโน่ จะกล้าเล่นหลังสามไหมเมื่อ วอล์คเกอร์ กับ แฟร์ต็องเก้น กลับมา ทัศนะส่วนตัวของผมมั่นใจว่า โปเช็ตตำหนิโน่ ไม่เล่นหลังสามแน่นอน เขาจะกลับมาเล่น 4-2-3-1 เนื่องจากว่ายังไง วอล์คเกอร์, แฟร์ต็องเก้น ก็จะเป็นผู้เล่นชุดที่เขาไว้ใจที่สุด
วานยาม่า จะเล่นกลางกับ เอริก ถางเออร์ เพื่อสนับสนุนกึ่งกลางรุก อัลลี่, เอริคเซ่น และก็ ฮึง มิน โดย แฮร์รี่ เคน หน้าเป้า
อย่างที่ โปเช็ตตำหนิโน่ บอก…แท็กติกไม่สำคัญพอๆกับกระบวนการเล่นฟุตบอล การให้บอล การใช้บอลนั้นเนี้ยบมากแค่ไหน แท็กติกสวยสดงดงามแต่แค่รับส่งบอลในพื้นที่อันตรายไม่แม่น พลาด ก็หมดสิทธิ์ได้ประตู
สปีดบอล…ช้าควรจะช้า เร็วควรจะเร็ว จังหวะของเกมที่ตรงนี้ มันคือสิ่งที่ โปเช็ตตำหนิโน่ มีความคิดว่าสำคัญที่สุดข้อสอง…สเปอร์ส จะสอบตกอีกรอบไหมเมื่อจะต้องเตะกับเกมใหญ่ และก็พบบิ๊กทีมจ่าฝูงอีกต่างหาก สเปอร์ส มีปัญหาเรื่องนี้เหมือนกันขอรับ พวกเขาแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1 ทำให้ถดถอยลงไปก่อนจะกลับมาด้วยความมีชัย 4 นัดหมายรวด
เรื่องนี้เกิดเรื่องจิตวิทยาเป็นหัวจิตหัวใจของสเปอร์ส จะสอบผ่านมั้ย มันคือ mentality ล้วนๆเลยขอรับ เมื่อจะต้องเล่นภายใต้ความกดดันกับทีมที่เข้มแข็ง พวกเขาจะฝ่อหรือเฉามั้ย นี่คือคำถาม
ถ้าเกิดพวกเขาไม่กลัวเชลซี เอาชนะความกลัวในจิตใจ หรือก้าวข้ามความกดดันในเกมใหญ่ ทีมใหญ่ นักฟุตบอลระดับโลก อย่าง ดีเอโก คอสต้า, อาซาร์ ได้ พวกเขามีสิทธิ์ชนะ
แน่นอนทั่วโลกหนุนหลังท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่ในความจริงพวกเขาก็จะต้องนึกถึงตนเองเล่นเพื่อชนะ เพื่อจุดหมายของตัวเอง
เนื่องจากว่าชนะเชลซีได้…มันจะสร้างความแน่ใจ ความเชื่อมั่นให้กับนักฟุตบอลที่จะมุ่งหน้าเดินตามแท็กติกของ โปเช็ตตำหนิโน่ อก้าวย่างหน้า
โอเคขอรับ…เอ่ยถึงฟอร์มทั้งนักฟุตบอลและก็ทั้งทีมเดี๋ยวนี้ เชลซีเหนือกว่าครึ่งก้าว แต่ถ้าเกิดยกฐานะมาตรฐานการเล่นแบบไม่กลัวเชลซี สู้กับความกดดันในเกมที่สเปอร์สเคยพลาดมาเสมอๆได้ ผมว่าพวกเขาก็มีสิทธิ์นึกถึงความมีชัย
แฮร์รี่ เคน ก็มิได้ด้อยไปกว่า มึงรี่ เคฮิลล์, ดาวิด ลุยซ์ ที่อ้อยอิ่ง ซน ฮึง มิน ก็ทะลุ ปรู๊ดปร๊าด เร็วจี๊ด, อัลลี่ เองก็ดุดันทะลุไปด้านหน้าบางทีนี่อาจเป็นจุดที่จู่โจมหลังของเชลซีได้เหมือนกัน
ผมเห็นว่าเกมนี้ตัดความกลัวออกไป ไม่สนฟอร์มของเชลซี จี้ข้อบกพร่องซึ่งพอเห็นในแนวรับที่มีความช้าอยู่ มันก็อาจทำลายเกมรับเชลซีได้อยู่ครับผม
อ้อ…อีกเรื่องหนึ่งคือ วุฒิภาวะของเด็กไก่ในเกมใหญ่ บางทีหามความกดดันมากๆกลับออกสมุทรซะแบบงั้น แม้นักฟุตบอลเชลซีซึ่งเก๋าและก็กระดูกบอลเบอร์ 9 เบอร์ 10 ชักชวนเล่นตุกติก มีลูกหนักแถม คลอดลูกเกเรซ่อนเร้นมากับเกม

อันดับ 4 ลีกอังกฤษ หรือแชมป์ ยูโรปา ลีก?

อันดับ 4 ลีกอังกฤษ หรือแชมป์ ยูโรปา ลีก?

ถ้าไม่เกิดเหตุ ''ก๊อดสิลล่า Vs. คิงคอง'' ขึ้นบนโลกเน่าๆของเราเสียก่อน พรรคพวกภูติผีแดงน่าจะคุ้ยผ่านเข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุด ยูโรปา ลีก ได้เสร็จ
นี่เป็นโทรฟี้ที่มีความหมายระดับอ๋องเพียงรายการเดียวของยุโรปในที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่เคยสัมผัสอย่าว่าแต่ว่าสัมผัสเลยขอรับ – ไม่เคยเฉียดฉิวเข้าใกล้ด้วยซ้ำ
ดูราวกับว่าถ้วยนี้ไม่ค่อยถูกชะตากับ แมนฯ ยูไนเต็ด สักเท่าไหร่ แถมโดยมากพวกเขามักใช้ชีวิตอย่างหรูหราและก็มีเทือกเถาเหล่ากอกว่าบนทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนานๆถึงจะลดตัวเองลงมาเล่นในถ้วยนี้สักครั้ง ซึ่งโดยมากเป็นการถูกบังคับให้มาแบบไม่ค่อยเต็มใจเพียงแต่ฤดูนี้ ถ้วย "ยูโรปา ลีก" เปลี่ยนเป็นจุดมุ่งหมายลำดับหนึ่งที่พรรคพวกภูติผีแดงจำต้องเอามาให้ต้องได้
นอกเหนือจากจะหมายความว่าชื่อเสียงและก็การบรรลุเป้าหมาย มันบางทีอาจจะเป็นเพียงครั้งทางเดียวที่ช่วยให้พวกเขากลับเข้าสู่ทางสาย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกรอบ
การกลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถือว่าสำคัญสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด มากครับผม สำคัญทั้งในแบบ "รูปธรรม" และก็ "นามธรรม" เลยทีเดียว เนื่องจากว่านอกเหนือจากจะเป็นแหล่งรายได้อย่างใหญ่โต – การได้มีส่วนร่วมในรายการนี้ไม่ต่างอะไรจากพลังเย้ายวนใจผู้เล่นระดับดาวดังให้มาร่วมทีมอีกด้วยที่สำคัญเป็นการเบียดตัวเองเข้ามาเป็น 1 ใน 4 อันดับแรกของตารางพรีเมียร์ลีกดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากมากขึ้นเรื่อยๆทุกที
วันก่อนพึ่งครบรอบ 100 วันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คาที่อยู่ในชั้น 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ว่าและจากนั้นก็ล้อเลียนกันสนุกสนานสนามตามสูตรสำเร็จของโลกโซเชี่ยลจริงๆน่าจะทำบุญทำกุศลร้อยวันไปเลย – ไหนๆก็อยู่ในชั้น 6 ครบ 100 วันแล้วนี่ 555
กะประมาณดูแล้ว ฤดูนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด คงหนีชั้น 6 ไม่พ้นแล้วล่ะ เนื่องจากว่าจะว่าไปในฤดูนี้ พวกเขาได้โอกาสสะบัดชั้น 6 ของตัวเองทิ้งไม่ต่ำยิ่งกว่า 4-5 ครั้งเมื่อใดก็ตามช่องทางพุ่งเข้ามาหาก็มักมีอันจำต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง ยกตัวอย่างเกมล่าสุดที่เซิ้งกับ บอร์นมัธ ในบ้าน
เกมนั้นถ้าลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นฝ่ายมีชัยก็จะดีดชั้น 6 ทิ้งไปได้อย่างแน่นอนอย่างต่ำๆ2 อาทิตย์ แต่ว่าจนแล้วจนรอดก็กลับแออัดยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ผู้มาเยือนมิได้ ในขณะที่คู่ปรปักษ์เหลือผู้เล่น 10 แถม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จุดลูกโทษอีกต่างหากอีหรอบนี้น่าจะถูกใครซักคนบนฟ้าแกล้งแล้วล่ะหรือไม่ก็คงถูกสาบให้อยู่ในชั้น 6 ตลอดไปกระทั่งจะจบฤดู เท่านั้นไม่พอการมีศึกอื่นๆรอบด้านนำมาซึ่งการทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งขันในพรีเมียร์ลีกล้าช้ากว่าคู่ต่อสู้อย่าง ลิเวอร์พูล
สถานการณ์ล่าสุด ทีมชั้น 6 ของตารางอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกทีมชั้น 4 อย่าง ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างไปเป็น 6 แต้มแล้ว แม้จะแข่งขันน้อยกว่า 2 นัดก็ตามแต่ต่อยก่อนเป็นต่อครับผมเป็นตาม 6 แต้ม โดยแข่งขันน้อยกว่า 2 นัด ดูเผินๆราวกับไม่เสียเปรียบอะไร – แค่ชนะ 2 นัด แต้มก็จะเท่ากันโดยทันที
แต่ว่ามันยังไม่เกิดขึ้นไงขอรับ และจากนั้นก็ไม่มีอะไรมาค้ำประกันด้วยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะชนะทั้ง 2 นัดที่หลงเหลือ ไม่ถูกกับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเล่นไปเป็นระเบียบเรียบร้อย และก็นำอยู่ 6 แต้มเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

เปรียบเทียบเป็นจุดลูกโทษ ลิเวอร์พูล ก็ฆ่าไปก่อน 2 ลูก โดยเข้าไปตุงตาข่ายทั้ง 2 ลูก ในเวลาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสยิงคราวหน้า 2 ครั้ง แต่ว่าถึงแม้ว่าจะเข้าทั้ง 2 ครั้งก็ทำได้แค่ตีเสมอ มิซ้ำยังบีบคั้นกว่าต่อไปนี้มาดูโปรแกรมที่คงเหลืออยู่ของทั้ง 2 ทีมครับผม
ลิเวอร์พูล เหลือเจอทีมใหญ่ร่วมกันแค่เพียงนัดเดียว เป็นบุกไปเยือน แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ และจากนั้นก็มีศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้อีกนัด นอกเหนือจากนี้อีก 8 นัดที่เหลือ มีแต่ว่าทีมที่เล็กกว่า ขณะโปรแกรมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด ถือว่าหนักกว่าครับผม เนื่องจากว่ายังจำต้องเจอทีมใหญ่อย่าง เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซน่อล รวมถึงนัดหลงเหลือกับ แมนฯ ซิตี้ แถมผลงานในการเจอทีมพิกัดใกล้เคียงกันไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ เนื่องจากว่าพึ่งเอาชนะได้แค่ "น้องไก่" ทีมเดียวในฤดูนี้
ด้วยเหตุนี้การหวังว่าจะได้ชั้น 4 บนตารางพรีเมียร์ลีก และก็ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วยดูเหมือนจะเป็นอะไรที่เกินตัวไปสักหน่อยว่าแล้วอาจจำต้องเลือกขอรับ เลือกไปทางใดทางหนึ่งแบบสุดกำลัง เนื่องจากว่ามันอาจยากที่จะเก็บคุณไว้ทั้ง 2 ตัว เอ๊ย! 2 คน
พรีเมียร์ลีก เหลืออีก 11 นัด ตามหลังชั้น 4 อย่าง ลิเวอร์พูล 6 แต้ม แข่งขันน้อยกว่า 2 นัด ประตู-ได้เสียเป็นรองอยู่ถึง 8 ประตู แสดงว่าถึงแม้ว่าจะชนะทั้ง 2 นัดในเกมหลงเหลือ ถ้าคิดจะแซงหงส์แดงก็จำต้องชนะคู่ปรปักษ์ 2 นัดรวมกันให้ได้มากยิ่งกว่า 8 ประตูและก็ไม่เพียงแต่ ลิเวอร์พูล ยังมีทีมชั้น 5 อย่าง อาร์เซน่อล ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จำต้องห้ำหั่นด้วย
อย่างนี้เบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก สุดกำลังเลยดีมากยิ่งกว่า เนื่องจากว่าถ้าเอาชนะ รอสตอฟ ได้เสร็จในเกมเมื่อคืนนี้วันพฤหัสฯ ถ้าจะไปให้ถึงตำแหน่งแชมป์ก็เหลืออีกแค่ 5 เกมแค่นั้น (2 เกมในรอบ 8 ทีม + 2 เกมในรอบตัดเชือก + 1 เกมในนัดชิงฯ)
ถ้าคิดจะเอาทั้ง 2 รายการ เป็นชั้น 4 ด้วย แชมป์ ยูโรปา ลีก ด้วย นอกเหนือจากจะเกินตัวแล้ว บางเวลามันบางทีอาจดึงคุ้นเคยกระทั่งพุ่งเข้าชนความไม่ประสบผลสำเร็จทั้ง 2 รายการ…ก็…เป็น…ได้
ทางที่ดีพนันกับแชมป์ ยูโรปา ลีก ไปเลยดีมากยิ่งกว่า ว่าและจากนั้นก็เอาค้อนปอนด์มา "ทุบหม้อข้าว" ของตัวเองในพรีเมียร์ลีกทิ้งไปเลย!
เป็นไม่ต้องสนกับการช่วงชิงชั้น 4 อีกต่อไปพลางทำใจยอมรับชั้น 6 ของตัวเองว่ามันก็น่ารักดีแบบเดียวกันนะ แล้วมุ่งเน้นไปในทางสาย ยูโรปา ลีก เพียงรายการเดียว เปรียบเหมือนการทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้ง เพื่อเข้าตีฐานทัพของศัตรู ถ้าแพ้ ถ้ายึดมิได้ก็จะไม่มีข้าวเขมือบส์ เนื่องจากว่าตัวเองทุบหม้อข้าวแตกหมดแล้ว ด้วยเหตุนั้นจำต้องเอาชนะศัตรูหรือคว้าแชมป์ให้ได้เพียงสถานที่เดียว
ย้อนกลับไปในปี 2005 ลิเวอร์พูล จากความคิดของที่ปรึกษาหนวด – ราฟาเอล เบนิเตซ ก็เคยใช้วิธีนี้ครับผม เป็นทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้งไปเลย โดยจัดทีมแบบไม่เต็มดูดในพรีเมียร์ลีก เพื่อเน้นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เพียงอย่างเดียว (กระทั่งถูกสหายร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตัน เอาชั้น 4 ไปครอบครอง)